เอกสารนี้อธิบายมาตรการด้านความปลอดภัยที่ Softnix Data Lakehouse นำมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลและระบบขององค์กร โดยมุ่งเน้นการสื่อสารในภาพรวม โดยไม่เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง
1. ภาพรวมด้านความปลอดภัย
Softnix Data Lakehouse เป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดเก็บ เชื่อมต่อ ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลากหลายประเภทภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูล ไฟล์ หรือบริการ API ต่าง ๆ
ระบบออกแบบมาให้รองรับการติดตั้งภายในองค์กร ทำให้ข้อมูลทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมขององค์กรอย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลออกไปยังบุคคลที่สาม
ความปลอดภัยของระบบครอบคลุมตั้งแต่การยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล การเข้ารหัส ไปจนถึงการบันทึกเหตุการณ์สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานของระบบ
2. การยืนยันตัวตนและการจัดการผู้ใช้
Softnix Data Lakehouse รองรับการเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีผู้ใช้ของระบบ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนขององค์กร เช่น OAuth หรือ Identity Provider ที่รองรับมาตรฐาน OpenID Connect เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถ Single Sign-On ร่วมกับระบบอื่น ๆ ขององค์กรได้
ข้อมูลรหัสผ่านได้รับการจัดเก็บด้วยวิธีการเข้ารหัสที่เหมาะสม โดยไม่มีการจัดเก็บรหัสผ่านในรูปแบบที่อ่านได้ และระบบมีการใช้ token สำหรับจัดการ session การใช้งานอย่างปลอดภัย โดย token มีระยะเวลาการใช้งานจำกัดและจะหมดอายุอัตโนมัติ
การจัดการบัญชีผู้ใช้ เช่น การสร้าง แก้ไข ระงับ หรือ reset รหัสผ่าน อยู่ในความดูแลของผู้ดูแลระบบ และทุกการเปลี่ยนแปลงจะถูกบันทึกไว้ใน audit log
3. การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง
Softnix Data Lakehouse ใช้แนวทาง Role-Based Access Control และ Group-Based Access Control เพื่อกำหนดสิทธิ์การใช้งานตามบทบาทและกลุ่มของผู้ใช้งาน
ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดได้ว่าผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ใดได้บ้าง เช่น การรัน query การดู Data Catalog การตั้งค่าคุณภาพข้อมูล หรือการจัดการระบบ รวมถึงกำหนดได้ว่าแต่ละกลุ่มสามารถเข้าถึงตารางหรือคอลัมน์ใดในระดับข้อมูล
ระบบยังรองรับการปิดบังข้อมูลอ่อนไหวในระดับคอลัมน์ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลทางการเงิน โดยผู้ใช้งานที่ไม่มีสิทธิ์เต็มจะเห็นข้อมูลในรูปแบบที่ถูกปิดบังแทนค่าจริง เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการทำงานเท่านั้น
4. การปกป้องข้อมูล
ข้อมูลที่รับส่งระหว่างผู้ใช้งานกับระบบได้รับการปกป้องด้วยการเชื่อมต่อแบบเข้ารหัสผ่าน HTTPS/TLS เพื่อลดความเสี่ยงจากการดักจับหรือแก้ไขข้อมูลระหว่างทาง รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างระบบกับแหล่งข้อมูลภายนอกและระบบยืนยันตัวตน
สำหรับข้อมูลที่จัดเก็บในระบบ ข้อมูลถูกแยกตามประเภทการใช้งาน เช่น ข้อมูลผู้ใช้ ข้อมูลการเชื่อมต่อแหล่งข้อมูล ข้อมูล Metadata ข้อมูลสิทธิ์ และข้อมูล audit log โดย credential ที่ใช้เชื่อมต่อแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จะถูกเข้ารหัสก่อนจัดเก็บเสมอ และไม่เปิดเผยค่าจริงผ่าน API
ข้อมูลที่ถูกกำหนดนโยบาย Mask จะถูกแปลงค่าก่อนส่งออกจากระบบประมวลผล ทำให้ข้อมูลจริงไม่เคยเปิดเผยต่อผู้ใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ การกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลสามารถปรับให้สอดคล้องกับนโยบายและข้อกำหนดด้าน compliance ขององค์กรได้
5. ความปลอดภัยของแอปพลิเคชัน
ระบบมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงพื้นฐานของเว็บแอปพลิเคชันและ API เช่น
- การตรวจสอบสิทธิ์ก่อนเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันทุกส่วนของระบบ
- การจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตตามบทบาทที่กำหนด
- การป้องกันการโจมตีผ่านคำสั่งฐานข้อมูลและการตรวจสอบรูปแบบข้อมูลที่รับเข้าระบบ
- การตัดการเชื่อมต่ออัตโนมัติเมื่อ session หมดอายุหรือไม่ถูกต้อง
- การตั้งค่า Security Headers และนโยบาย Cross-Origin เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีผ่านเบราว์เซอร์
- การแยกสิทธิ์การเข้าถึงระหว่างผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ดูแลระบบ
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจาก unauthorized access, injection attack, session hijacking และการส่งข้อมูลผิดรูปแบบเข้าสู่ระบบ
6. Audit Log และการตรวจสอบย้อนหลัง
Softnix Data Lakehouse มีระบบ audit log สำหรับบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในระบบ เช่น การเข้าสู่ระบบ การออกจากระบบ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ใช้ การจัดการสิทธิ์ การเชื่อมต่อแหล่งข้อมูล การรัน query และการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า Data Quality
ข้อมูล audit log ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบย้อนหลัง วิเคราะห์เหตุการณ์ และสนับสนุนกระบวนการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยขององค์กรได้ โดยแต่ละรายการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เวลา ผู้กระทำ การกระทำ เป้าหมาย และหมายเลข IP
การเข้าถึง audit log อยู่ภายใต้การควบคุมสิทธิ์ โดยเฉพาะผู้ดูแลระบบเท่านั้นที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ และรองรับการกรองตามเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและการบริหารจัดการ
7. ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน
Softnix Data Lakehouse รองรับการติดตั้งในสภาพแวดล้อมที่แยกส่วนและควบคุมได้ เช่น server ภายในองค์กรหรือสภาพแวดล้อมแบบ containerized deployment
สำหรับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ ระบบสามารถแยกส่วนการเชื่อมต่อข้อมูล การประมวลผล query การจัดเก็บ metadata และการแสดงผลออกจากกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ความสามารถในการขยายระบบ และการควบคุมขอบเขตการเข้าถึงระหว่างส่วนประกอบต่าง ๆ
8. ทางเลือกในการติดตั้งใช้งาน
Softnix Data Lakehouse รองรับการติดตั้งได้หลายรูปแบบตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการดำเนินงานของลูกค้า เช่น
- การติดตั้งภายในองค์กร
- การติดตั้งแบบเครื่องเดียวสำหรับการใช้งานขนาดเล็ก
- การติดตั้งแบบแยกส่วนสำหรับระบบขนาดใหญ่หรือปริมาณข้อมูลสูง
- การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมการเชื่อมต่อภายนอก
- การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการ network isolation สูง
9. การพัฒนาและยกระดับความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง
ทีมพัฒนาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการตรวจสอบการเข้าถึง การเข้ารหัสข้อมูล การจัดการ secret การตรวจสอบ configuration และการเพิ่มกระบวนการ security testing ในวงจรการพัฒนาระบบ
10. การแจ้งปัญหาด้านความปลอดภัย
หากลูกค้าพบข้อกังวลหรือประเด็นด้านความปลอดภัย สามารถแจ้งทีมผู้ดูแลระบบหรือทีมพัฒนาเพื่อดำเนินการตรวจสอบและแก้ไขตามกระบวนการที่เหมาะสมได้ทันที
เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อการสื่อสารในภาพรวม และอาจปรับปรุงตามการพัฒนาของระบบ
